คอสเพลย์ตัวแม่ ‘เรกะ อาริคาวะ’

คอสเพลย์ตัวแม่ ‘เรกะ อาริคาวะ’


{#คอสเพลย์ตัวแม่01.jpg}

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

แม้จะเป็นโลกที่ไม่ค่อยจะคุ้นเคยนักสำหรับคนจำนวนมาก แต่เชื่อเถอะว่า โลกพิเศษใบนี้ไม่ได้ยากแก่การเข้าใจอย่างแน่นอน

 

สำหรับบรรดาคนรักการแต่งคอสเพลย์ หรืออย่างที่เรียกตัวเองว่า 'เลเยอร์' อันที่จริงแล้วมันก็แค่ ‘ความฝัน’ ของผู้มีความรักในตัวการ์ตูนหรือแคแรคเตอร์ที่ไม่มีอยู่จริงก็เท่านั้นเอง

ล่าสุด บ้านเราก็เพิ่งจะมีงานรวมตัวชาวคอสเพลย์เยอร์ Oishi Cosplay Fantastic 7: World Cosplay Summit ที่เครื่องดื่มชาเขียวโออิชิเปิดเวทีค้นหาสุดยอดคอสเพลเยอร์ไทยไปแข่งขัน World Cosplay Summit 2013 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้เชิญ 'เรกะ อาริคาวะ' คอสเพลย์เยอร์ตัวแม่ที่อยู่ในวงการนานถึง 18 ปี มาร่วมเป็นกรรมการตัดสินด้วย

เรกะ เป็นคอสเพลย์เยอร์หญิงชื่อดังระดับท็อปคลาสของ WORLD COSPLAY การันตีด้วยตำแหน่งสุดยอดคอสเพลเยอร์อันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับโดย www.worldcosplay.net โดยก่อนวันจัดงาน จุดประกายมีโอกาสได้พูดคุยกับคอสเพลย์เยอร์สาวผู้ชื่นชอบในการ 'แต่งชาย' รายนี้ เธอปรากฏตัวขึ้นในชุดพร็อพจัดเต็มตามแบบตัวแคแรคเตอร์ชื่อ จีน เคอร์สไตน์ (Jean Kirstein) จากการ์ตูนเรื่อง Attack on Titan

ด้วยความที่มีอาชีพหลัก คือ เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ทำให้เรกะค่อนข้างจะมีทักษะทางด้านการตัดเย็บ และ งานอาร์ต อยู่พอสมควร ขณะที่คอสเพลย์เยอร์บางคนอาจต้องสั่งซื้อชุดมาใส่ แต่สำหรับเธอคนนี้ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ตลอดจนพร็อพทุกอย่างที่เห็น เรกะ บอกว่า เธอทำเองทั้งหมด

{#คอสเพลย์ตัวแม่02.jpg}

อย่างชุดของ จีน เคอร์สไตน์ นั้นก็ไม่ธรรมดา เพราะตามท้องเรื่องตัวละครจะต้องต่อสู้กับตัวร้ายร่างยักษ์ ทำให้ต้องมีตัวช่วยอย่างอุปกรณ์พกพาสามมิติ เพื่อช่วยให้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ นั่นจึงเป็นที่มาของพร็อพจัดเต็มที่เธอต้องอดตาหลับขับตานอนทำขึ้น โดย 'มโน' จากการ์ตูนที่อ่านซึ่งไม่สามารถเห็นชุดและพร็อพแบบ 360 องศาได้ เรกะจึงต้องทำการบ้านเพิ่มถึงส่วนที่มองไม่เห็นว่า ควรจะเป็นอย่างไรดี จึงจะสมจริงที่สุด ซึ่งเธอจะต้องทำอย่างนี้กับทุกๆ ชุด แต่ความยากง่ายจะต่างกันไปตามรายละเอียดของชุด

 

 

 

"ชุดที่ทำยากที่สุดตั้งแต่ทำมา คือ ชุดของ โอริกามิ ไซโคลน เป็นตัวละครจากเรื่อง ไทเกอร์ แอนด์ บันนี่ ที่ยากเพราะมันเป็นชุดฮีโร่สูทเต็มตัว ต้องใช้เวลาทำนานถึง 2 อาทิตย์กว่าจะเสร็จ ซึ่งอันที่จริงฉันคิดจะทำตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จซักที ก็ปล่อยทิ้งไว้จนหยิบขึ้นมาทำอีกครั้ง แล้วมันก็สำเร็จ แต่จริงๆ ที่ยังอยากทำมีอีกชุด เป็นชุดของ บานาบี บรู๊คส์ ตัวละครในเรื่องเดียวกัน แต่มันทำยากมาก ตอนนี้ยังทำไม่สำเร็จเลยค่ะ ต้องเก็บไว้ก่อน" เรกะเล่ายิ้มๆ และเอ่ยชมเด็กไทยว่า คนที่ทำชุดคอสเพลย์เก่งๆ ก็มีเยอะ อย่างชุดของโอริกามิ ไซโคลน เธอก็เคยเห็นว่ามีคนไทยทำได้



{#คอสเพลย์ตัวแม่03.jpg}

 

ฟังจากที่เธอพูดแล้ว ดูเหมือนว่า แค่ทำชุดให้เหมือนเป๊ะอย่างในการ์ตูนไม่ใช่หัวใจสำคัญเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เรกะกลายเป็นเซเลบคอสเพลย์ระดับโลกอย่างที่เห็น

เมื่อเอ่ยถาม เรกะเองก็ยอมรับว่า ผลงานของเธอแตกต่างจากคนอื่นๆ เนื่องจากเธอไม่ได้แค่แต่งตัว แต่งหน้า จัดคอสตูมให้เหมือนกับตัวการ์ตูนเท่านั้น แต่เธอยังใส่ใจกับงานโปรดัคชั่นเพื่อนำเสนอผลงานด้วย

สำหรับคอสเพลย์ตัวแม่อย่างเธอ จะไม่ทำแค่ยืนแอ๊คท่าเก๋ๆ แล้วให้ตากล้องบันทึกภาพ แต่เธอเลือกที่จะเซ็ทภาพให้เหมือนกับการจำลองฉากตอนสำคัญของการ์ตูนเรื่องนั้นๆ โดยเธอจะโพสท่า เหมือนกับเป็นตัวละครในนั้นจริงๆ หากจำเป็นต้องมีตัวละครประกอบเธอก็เชิญมาร่วมด้วยช่วยกันแอ๊คเพื่อความสมจริง

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเทคนิคที่สำคัญคือ เมื่อใดก็ตามที่เธอจะต้องแต่งเป็นแคแรคเตอร์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเป็น เธอจะต้องจำลองบรรยากาศตั้งแต่ลืมตาตื่น จะต้องเปิดเพลงการ์ตูนเรื่องนั้นๆ เปิดดีวีดีดู นั่งมองรูปแคแรคเตอร์ตัวที่จะเป็นเพื่อให้ซึมซับบุคลิกของตัวละครให้ได้มากที่สุด ระหว่างแต่งหน้าก็ฟังเพลงไปแต่งไปอีกด้วย

{#คอสเพลย์ตัวแม่04.jpg}

 

ความที่เป็นหญิงแต่ชอบแต่งชาย ทำให้ก่อนที่จะมีชื่อเสียงอย่างเดี๋ยวนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดคิดว่า เธอเป็นผู้ชาย เพราะกว่า 200 การ์ตูนคาแรคเตอร์ ที่เรกะสวมบทบาทมาตลอด 18 ปีของการเป็นคอสเพลย์เยอร์ด้วยการตัดชุดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ชุดนั้น เธอเล่ายิ้มๆ ว่า เธอเล่นเป็นตัวแคแรคเตอร์ชายแทบทั้งหมด จะมีแคแรคเตอร์หญิงเพียง 2 ตัวเท่านั้น แต่ก็เป็นหญิงมาดเท่เสียด้วยสิ

แม้ว่า เดี๋ยวนี้ คนในแวดวงจะรู้แล้วว่า จริงๆ แล้วเธอคือผู้หญิง ก็ยังอุตส่าห์ลามไปเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหญิงหล่อแทน แต่ถ้าใครได้พูดคุยกับเธอจะรู้ได้เลยว่า ภายใต้เมคอัพสไตล์เคร่งขรึมแบบผู้ชาย เธอคนนี้มีความหวานอยู่ในตัวไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่เลือกที่จะนำเสนอความเป็นผู้หญิงของเธอผ่านความสวยงามบนเสื้อผ้าที่เธอบรรจงออกแบบ และตกแต่งก็เท่านั้น


{#คอสเพลย์ตัวแม่05.jpg}

"จริงๆ เวลาฉันฝัน ฉันจะฝันว่า ตัวเองเป็นคนแบบทั่วๆ ไปไม่ได้ใส่คอสเพลย์ และได้เจอกับแคแรคเตอร์ที่ชื่นชอบแล้วก็วิ่งไปกรี๊ดๆ เลยล่ะค่ะ" เธอเล่าให้ฟัง เมื่อถูกถามว่า เวลาฝัน เห็นตัวเองเป็นเวอร์ชั่นไหน ซึ่งคำตอบก็ชัดเจนดี เพราะที่เธอชอบแต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครชาย ก็เนื่องจากความชื่นชอบนี่แหละเป็นแรงบันดาลใจ

ทุกวันนี้ เรกะ มีงานเดินสายไปร่วมงานอีเวนท์คอสเพลย์ต่างประเทศเฉลี่ยเดือนละ 2 หน อย่างเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เธอเดินสายถึง 3 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ โรมาเนีย และไทย ซึ่งต้องถือว่า หนักทีเดียว สำหรับคนที่ยังทำงานประจำที่จะเดินทางได้ก็แค่เสาร์อาทิตย์เท่านั้น อาจจะบวกเพิ่มก็ได้แค่ ศุกร์ หรือ จันทร์ ซึ่งถ้าต้องเดินทางไกลมากในเวลาเพียง 3 วัน หากทำเช่นนี้ทุกเดือน ใครไม่เหนื่อยก็ให้มันรู้ไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่เป็นการลางานโดยที่ทำงานไม่รู้ว่า เธอ ไปทำอะไร และในอีกเวอร์ชั่นหนึ่งของเธอ คือ ใคร เพราะการเป็นเรกะ อาริคาวะ ของเธอคนนี้ คือ ความลับที่ห้ามแพร่งพรายให้ที่ทำงานรู้อย่างเด็ดขาด

แต่ระหว่างงานก็ยังอุตส่าห์มีเรื่องขำๆ เพราะ ในการพรีเซ้นท์ชุดโดยเพื่อนร่วมงานของเธอในที่ประชุม ก็มีคนแสดงความเห็นว่า ชุดแบบนี้ 'เรกะ' น่าจะชอบนะ.. ฟังแล้วเรกะตัวจริงถึงกับลืมตัวรีบปฏิเสธทันควัน ว่า ไม่จริงหรอก.. เรกะ ไม่ใส่ชุดแบบนี้!! พูดออกไปแล้วก็นึกขึ้นได้ ว่าออกตัวแรงเกิน เธอจึงเฉไฉไปเรื่องอื่น แล้วก็รอดตัวมาได้อย่างหวุดหวิด

{#คอสเพลย์ตัวแม่06.jpg}

"จริงๆ แล้วชื่อ เรกะ อาริคาวะ เป็นชื่อของฉันในโลกคอสเพลย์ ที่ใช้ว่า เรกะ ก็เพราะมันคล้ายกันกับชื่อจริงๆ เวลาคนเรียกจะได้รู้ว่า เรียกตัวเองอยู่ ส่วนนามสกุลฉันเอามาจากตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ"

เรกะ อธิบายถึง การแบ่งสองโลกในชีวิตให้ฟัง โดยที่ทำงานไม่มีใครรู้เลยว่า เธอ คือ เรกะ ผู้โด่งดัง เธอบอกว่า ปล่อยให้ที่ทำงานรู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะไม่แน่ใจว่า พวกเขาจะรับได้หรือไม่ ซึ่งหากว่า รับไม่ได้เธอก็จะอยู่ลำบาก เพราะถึงแม้จะมีงานชุกขนาดนี้ แต่ด้วยค่าครองชีพในญี่ปุ่นที่สูงลิ่ว บวกกับค่าทำชุดคอสเพลย์ที่แพงสุดๆ ทำให้เรกะยังต้องควงสองจ็อบ สับเปลี่ยนชีวิตสองภาคของเธอ ระหว่างงานเลี้ยงชีพ กับ งานเลี้ยงชีวิต ให้เดินไปพร้อมๆ กันได้

เมื่อถามว่าจะเหนื่อยแบบนี้ไปเพื่ออะไร เธอตอบกลับมาง่ายๆ ว่า ก็เพราะอยากทำสิ่งที่ 'รัก' ...ก็เท่านั้น